การมีถังดับเพลิงเอาไว้ในบ้านถือเป็นเรื่องดี ด้วยเราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกี่ยวกับเรื่องไฟไหม้ตอนไหน อย่างน้อย ๆ อุปกรณ์เหล่านี้ก็มีกันไว้ดีกว่าแก้หากเกิดเหตุขึ้นมาจริง ๆ จะได้ช่วยเหลือกันทันท่วงทีก่อนไฟจะลามไปไกลจนทำลายสิ่งต่าง ๆ จนไม่เหลือซาก และนอกจากการมีถังดับเพลิงแล้ว ป้ายตั้งถังดับเพลิง ก็สำคัญแม้อยู่ในบ้าน เพราะบางทีคนที่เข้าไปช่วยเหลืออาจไม่ใช่คนใน พอมีป้ายเหล่านี้ติดไว้ก็ช่วยให้เห็นง่ายขึ้น ... เกริ่นหัวถึงเรื่องของเพลิงไฟแล้ว ก็เลยอยากจะขอหยิบยกหัวข้อเกี่ยวกับจุดติดตั้งถังดับเพลิงภายในที่เหมาะสมมาฝากกัน ซึ่งในบทความนี้ ร้านไทยจราจร จะมาบอกถึง 10 จุดที่ควรติดตั้งถังดับเพลิงเอาไว้ในบ้านว่ามีบริเวณไหนบ้าง ไปดูกันเลยครับ
1. ประตูหน้าบ้าน – นี่คือจุดสำคัญมาก ๆ ที่ควรมีการติดตั้งถังดับเพลิงเอาไว้ เนื่องจากเป็นบริเวณที่คนด้านนอกสามารถเข้ามาแล้วหยิบถังดับเพลิงใช้งานได้ทันที หรือคนที่วิ่งหนีออกมาจากในบ้านเมื่อถึงประตูหน้าบ้านก็หยิบถังดับเพลิงมาฉีดสกัดเอาไว้ก่อน ซึ่งจะช่วยให้เพลิงไหม้จากหนักให้กลายเป็นเบา ยิ่งถ้าจุดนี้มี ป้ายตั้งถังดับเพลิง เอาไว้ด้วยจะช่วยให้คนเข้ามาช่วยมองเห็นชัดขึ้น ทำให้สามารถหยิบถังไปใช้ดับไฟได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
2. ประตูหลังบ้าน – หลาย ๆ บ้านมีประตูด้านหลังที่สามารถออกไปนอกตัวบ้านได้ไม่ต่างกับประตูหน้าบ้าน หากมีการติดตั้งถังดับเพลิงเอาไว้ด้วยจะเป็นอีกตัวช่วยสำคัญที่ทำให้นำมาใช้งานได้ยามเกิดเหตุฉุกเฉิน อย่าลืมว่าบางทีประตูบ้านอาจอยู่ไกลเกินไป การวิ่งออกทางประตูหลังและหยิบถังดับเพลิงมาฉีดสกัดมีความเร็วกว่าหลายเท่า โอกาสที่หลายคนในบ้านจะปลอดภัยมีสูง
3. หน้าประตูห้องพระ – บ้านไหนที่มีห้องพระควรมีการติดตั้งถับดับเพลิงขนาดเล็กเอาไว้ก็จะดีมาก ด้วยห้องนี้เป็นห้องอันตรายลำดับต้น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดไฟไหม้จากธูปเทียนที่จุดทิ้งเอาไว้ บางคนพอไหว้พระเสร็จก็จุดธูปต่อจนหมดและตนเองก็ไปทำอย่างอื่น บางทีธูปหักไปโดนชนวนไฟก็เกิดเพลิงทันที การติดตั้งไว้ด้านหน้าห้องพระจะช่วยให้หยิบมาฉีดหยุดไฟได้อย่างรวดเร็ว
4. ห้องครัว – อีกห้องสำคัญที่ควรมีการติดตั้งถังดับเพลิงเอาไว้ด้วยตัวห้องหลัก ๆ คือเอาไว้ใช้ประกอบอาหารที่ต้องมีไฟและแก๊สอบอวลในนั้นอยู่แล้ว หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาเราก็สามารถหยิบถังดับเพลิงมาฉีดได้ในทันที ไม่ต้องวิ่งออกไปหน้าบ้านเพื่อเอาถังดับเพลิงมาฉีดไว้ เพราะกว่าจะวิ่งไปวิ่งกลับเพลิงอาจสร้างความเสียหายใหญ่หลวงเกินคำนวณไปแล้ว
5. ทางเดินชั้น 2 และทุกชั้นของบ้าน – บ้านไหนที่มีมากกว่า 1 ชั้น คือมีชั้น 2 ขึ้นไป ควรมีการติดตั้งถังดับเพลิงเอาไว้บริเวณทางเดินทุกชั้น หากเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นจริง ๆ จะได้รีบหยิบถังดับเพลิงไปใช้งานก่อนชั่วคราว ไม่ต้องเสียเวลาวิ่งลงมาชั้นล่างแล้วหยิบถังไปใช้ พอดีกว่าจะวิ่งไปวิ่งกลับเพลิงก็ลุกไหม้อย่างหนักจนไม่สามารถหยุดยั้งเอาไว้ได้แล้ว
6. บริเวณห้องนั่งเล่นที่ใช้งานกันประจำ – หลายบ้านจะชอบรวมตัวกันทำกิจกรรมต่าง ๆ ในห้องนั่งเล่น บางทีอาจเกิดไฟลัดวงจรตรงจุดไหนแล้วกลิ่นไหม้ค่อย ๆ ส่งมาเรื่อย หากติดตั้งถังดับเพลิงเอาไว้ในจุดที่เราใช้ชีวิตประจำวันในบ้าน เมื่อได้กลิ่นเหม็นไห้ก็สามารถหยิบถังไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาไปหยิบจากจุดอื่น ๆ
7. โรงจอดรถ – การเกิดไฟไหม้ในบ้านสาเหตุหนึ่งมาจากรถได้ เช่น แก๊สรั่ว, น้ำมันรั่ว, ระบบไฟในรถลัดวงจร ฯลฯ การติดตั้งถังดับเพลิงเอาไว้บริเวณนี้จะช่วยให้จัดการกับเรื่องไฟไหม้ได้อย่างทันท่วงที ไม่ต้องเสียเวลาวิ่งไปหยิบในห้องต่าง ๆ กว่าจะมาถึงรถอาจไหม้ไปหมดคันแถมยังลามไปถึงตัวบ้านได้อย่างรวดเร็วอีกต่างหาก ติดไว้บริเวณนี้และอาจมี ป้ายตั้งถังดับเพลิง บอกไว้หน่อยเผื่อบางทีเพื่อน ๆ เข้ามาจอดจะได้รู้ว่าอยู่ตรงไหน
8. ประตูรั้วบ้าน – เป็นอีกจุดสำคัญที่ดีในการติดตั้งถังดับเพลิงเนื่องจากเวลาไฟไหม้หลายคนตกใจจนทำอะไรไม่ถูกนอกจากวิ่งออกนอกบ้านไว้ก่อน แต่พอตั้งสติได้หากถังดับเพลิงอยู่ในบ้านหมดก็ไร้ประโยชน์ การติดตั้งไว้บริเวณรั้วด้านในบ้านทำให้หยิบไปใช้งานได้ หรือคนนอกที่เข้ามาช่วยพอเห็นก็หยิบไปใช้ได้ทันที และเป็นอีกจุดที่ควรมี ป้ายตั้งถังดับเพลิง บอกเอาไว้
9. ทางเข้าหรือหน้าประตูห้องเก็บของ – หลายบ้านคงมีห้องเก็บของเอาไว้เก็บสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้หรือไม่มีประโยชน์รวม ๆ กันไว้ เป็นห้องมืด ๆ ทึบ ๆ ร้อน ๆ บางทีสิ่งทีโยน ๆ เก็บไปเวลาเจอกับความอับและร้อนมาก ๆ อาจก่อให้เกิดประกายไฟลุกไหม้ได้ง่าย ๆ การติดตั้งถังดับเพลิงเอาไว้หน้าห้องเก็บของช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่บ้านไฟไหม้ทันที
10. ระเบียงด้านบน – บางครั้งไฟที่ไหม้จากด้านในจนไม่สามารถวิ่งลงข้างล่างได้และต้องหนีมาทางระเบียง การมีถังดับเพลิงตั้งเอาไว้อย่างน้อยช่วยให้ไฟสงบในบริเวณที่เราอยู่ได้ระดับหนึ่ง ไม่ทำให้สำลักควันก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้ามาช่วยเหลือต่อไป
ทั้ง 10 จุดเป็นบริเวณที่ ร้านไทยจราจร มองว่าควรติดตั้งเอาไว้ อาจไม่จำเป็นต้องครบทุกจุด แต่เลือกเฉพาะบริเวณสำคัญของบ้านอย่างน้อยเป็นการป้องกันหากเกิดเหตุขึ้นจริงจะได้ช่วยเหลือเร็วขึ้น